คุณภาพน้ำ สำหรับการเลี้ยงกุ้ง

14656434_1142049989164277_969160046619449864_nคุณภาพน้ำ อาจเปลี่ยนแปลงได้ทั้งสาเหตุจากสภาพแวดล้อมและจากตัวกุ้งเอง เพราะกุ้งก็มีการขับถ่ายอยู่ตลอดเวลา แต่ในแหล่งน้ำธรรมชาติจะเกิดการปรับปรุงหรือปรับสภาพให้น้ำมีคุณสมบัติที่เหมาะสม โดยขบวนการต่างๆจากสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เพื่อให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในน้ำอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลย์
กุ้งสวยงามถูกนำมาเลี้ยงในพื้นที่จำกัด โดยไม่คำนึงถึงความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์ แต่เน้นเพื่อให้มองดูสวยงามมีน้ำใสอยู่เสมอ ทั้งที่คุณสมบัติด้านต่างๆอาจแตกต่างไปจากน้ำธรรมชาติอย่างมากมาย จนทำให้กุ้ง อ่อนแอแคระแกรนหรืออาจถึงตายได้ แต่น้ำก็ยังคงดูเหมือนใสสะอาด ผู้เลี้ยงกุ้งสวยงามจึงควรให้ความสนใจดูแลและปรับเปลี่ยนน้ำให้แก่กุ้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กุ้งที่เลี้ยงได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม นั่นเอง

ความสำคัญของน้ำต่อการดำรงชีพของกุ้ง

1.เป็นแหล่งออกซิเจนที่กุ้งต้องใช้หายใจ ออกซิเจนที่กุ้งจะนำไปใช้หายใจได้นั้นจะต้องละลายลงไปในน้ำ สภาพน้ำที่ดีมีการเจือปนของสิ่งต่างๆน้อยจึงจะมีการละลายของ ออกซิเจนได้ดี หรือมีปริมาณของออกซิเจนอยู่สูง จะทำให้กุ้งสดชื่นมีสุขภาพดี
2.มีผลต่อการเจริญเติบโต น้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมจะทำให้กุ้งมีการเจริญเติบโตได้ดี สภาพน้ำที่มีการหมักหมมของเศษอาหาร และของเสียจากการขับถ่ายของกุ้งมากเกินไป จะทำให้กุ้งแคระแกรน เติบโตช้า ถึงแม้กุ้งจะยังมีการกินอาหารดีอยู่ก็ตาม
3 .มีผลต่อการกินอาหารของกุ้ง หากสภาพของน้ำมีความไม่เหมาะสมมากขึ้น กุ้งจะกินอาหารน้อยลง การเดินในน้ำค่อนข้างเชื่องช้า อ่อนแอและเกิดโรคได้ง่าย

ประเภทของน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้ง

น้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้งเพื่อความสวยงามหรือกิน มาจากหลายแหล่งด้วยกัน การเลือกใช้จะขึ้นกับความสะดวก ปริมาณ วัตถุประสงค์ของการเลี้ยง กับความเหมาะสมในการจัดหา ได้แก่

น้ำประปา เป็นน้ำที่ผู้เลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่ใช้เลี้ยงกุ้งกันมากที่สุด โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้เลี้ยงที่อยู่ตามอาคารบ้านเรือน ทำให้สามารถจัดหาได้ง่าย และประการที่สำคัญคือ น้ำประปาจัดว่าเป็นน้ำที่มีความเหมาะสมสำหรับเลี้ยงกุ้งได้เป็นอย่างดี เพราะจากขบวนการของการผลิตน้ำประปา ได้เน้นที่มีความใสสะอาดเพื่อการอุปโภค และบริโภคของมนุษย์ จึงต้องนำเอาน้ำที่มีคุณภาพดีมาผลิต รวมทั้งต้องมีการฆ่าเชื้อโรค จึงทำให้น้ำประปามีความปลอดภัยจากเรื่องโรคพยาธิที่จะมากับน้ำได้ นอกจากนั้นน้ำประปาส่วนใหญ่ยังมีการใช้ปูนขาวช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างของน้ำ ทำให้น้ำมีความกระด้างและมีความเป็นกรดด่างที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง สรุปได้ว่าข้อดีของน้ำประปาในการเลี้ยงกุ้ง คือ ใส ปราศจากโรคพยาธิ และมีคุณสมบัติเหมาะสม

น้ำธรรมชาติ เป็นน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ หรือจากระบบชลประทาน ผู้เลี้ยงกุ้งที่เน้นดำเนินกิจการเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งเป็นหลักจำเป็นต้องใช ้เพราะส่วนใหญ่ในแต่ละวันต้องใช้น้ำในปริมาณที่มาก เนื่องจากมีพื้นที่มาก คือ อาจมีทั้งบ่อซีเมนต์ และบ่อดิน โดยทั่วไปน้ำประเภทนี้จะไม่ใส แต่เป็นน้ำที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการดำรงชีพของกุ้ง ซึ่งปัญหาที่พบในการใช้น้ำธรรมชาติคือ อาจมีโรคหรือพยาธิติดมากับน้ำ โดยเฉพาะพวกพยาธิภายนอก เช่น เห็บปลา หนอนสมอ ปลิงใส และเห็บระฆัง ซึ่งมักจะทำลายเนื้อเยื่อกุ้ง แล้วมีผลทำให้กุ้งเกิดโรคระบาดติดตามมา วิธีการแก้ไขทำได้โดยการใช้ระบบบ่อกรองน้ำ โดยน้ำธรรมชาติที่จะนำเข้ามาใช้ควรนำไปผ่านบ่อกรองน้ำลักษณะซึมบ่อทราย หรือระบบบ่อกรองน้ำ ก็จะสามารถป้องกันพยาธิภายนอกไว้ได้ นอกจากนั้นในช่วงฤดูหนาวซึ่งมักเกิดโรคระบาดกุ้งหรือในบริเวณนั้นมีฟาร์มสัตว์น้ำค่อนข้างมาก ก็อาจมีการระบาดของโรคต่างๆมากับน้ำได้ ต้องทำการแก้ไขโดยใช้บ่อพักน้ำ คือน้ำจากบ่อกรองจะยังไม่นำไปใช้โดยทันที แต่ควรนำไปเก็บไว้ในบ่อพักน้ำประมาณ 5 – 7 วัน จะทำให้ตัวอ่อนของโรคต่างๆที่ติดมาตายไป ก็จะนำไปใช้ได้อย่างปลอดภัย

น้ำบาดาล เป็นน้ำใต้ดินที่ถูกนำขึ้นมาใช้ เหมาะสำหรับฟาร์มกุ้งที่มีกิจการไม่มากนัก หรือรังกุ้ง(ร้านขายส่งกุ้ง) ซึ่งมักตั้งอยู่แถวชานกรุงเทพฯ จะมีการใช้น้ำในปริมาณค่อนข้างมากในแต่ละวันเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีน้ำประปาส่งไปถึง แต่การแก้ไขปัญหาในน้ำประปาที่จำเป็นต้องใช้เป็นปริมาณมากในแต่ละวันนั้นทำได้ยาก จึงจำเป็นต้องนำน้ำบาดาลเข้ามาใช้ คุณสมบัติของน้ำบาดาลนั้นจะใสและสะอาดเช่นเดียวกับน้ำประปา อีกทั้งยังไม่มีคลอรีนตกค้างอยู่ในน้ำ แต่น้ำบาดาลก็มีปัญหาที่ต้องพิจารณาดังนี้ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด น้ำบาดาลจะมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ค่อนข้างมาก และจะไม่มีออกซิเจนละลายอยู่เลย หากนำไปใช้เลี้ยงกุ้งทันทีจะทำให้กุ้งตายได้ วิธีการแก้ไขคือใช้บ่อหรือถังพักน้ำขนาดไม่ใหญ่มากนัก เมื่อสูบน้ำบาดาลขึ้นมาจะปล่อยลงถังพัก โดยปล่อยน้ำให้มีการกระจายตัวมากที่สุด ซึ่งวิธีที่นิยมใช้คือใช้ฝักบัว และให้ฝักบัวอยู่สูงจากปากถังพักน้ำพอควร ในระหว่างที่น้ำกระจายตัวออกจากฝักบัวก่อนตกลงที่ผิวน้ำในถังพัก ก็จะรับออกซิเจนจากอากาศละลายเข้าไปในน้ำ ในขณะเดียวกันจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ระเหยออกสู่อากาศ น้ำบาดาลในถังพักจะสามารถปล่อยไปเลี้ยงกุ้งได้ทันที จึงไม่ต้องเสียเวลารอพักน้ำบาดาล

หวังว่าบทความเรื่อง”น้ำ”น่าจะมีประโยชน์สำหรับมือใหม่

ที่มา ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเครฟิช อินเตอร์เนชั่นแนล

โดย สนธยา ก๊อบ กาญจนะ





2,715 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *